Sunday, 11 July 2010

CU SYMPHONY

ดนตรีเป็นสิ่งที่ทำให้จิตใจคนเราเข้มแข็งขึ้นได้ แต่ดนตรีบางประเภทก็ช่วยปลอบประโลมจิตใจคนให้อ่อนโยนขึ้นด้วย ดนตรีมักทำให้ผู้ฟังคล้อยตามในจังหวะของมัน อย่างเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสฟังเพลง classic ของวง CU Symphony ที่จัดขึ้นที่ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

งานนี้มีการเล่นบทเพลงทั้งสิ้น 3 บทเพลงคือ Der Freischutz ของ Carl Maria von Weber, Violin Concerto in D minor, Op.47
ของ Jean Sibelius, และ
Symphony No.7 in A Major, Op.92 ผลงานประพันธ์ของ Ludwig Van Beethoven โดยที่มี สิทธิชัย เพ็งเจริญ ซึ่งเป็นบัณฑิตจากภาควิชาดนตรีศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้าวง (Concertmaster) ของ Thailand Philharmonic Orchestra มาเล่น solo violin และมี conductor คือ ผศ.นรอรรถ จันทร์กล่ำ อาจารย์ประจำภาควิชาดุริยางคศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ และผู้ที่ดูแลการฝึกซ้อมคือ ผศ. พอ.ชูชาติ พิทักษากร ศิลปินแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ผู้เขียนได้เข้าร่วมฟังบทเพลงของวง CU Symphony กับรุ่นพี่อีก 2 คน พอฟังแล้วรู้สึกว่าเป็นดนตรีที่ไพเราะ มีการล้อเลียนเสียงของเครื่องดนตรีแต่ละชนิดด้วย ทำให้ฟังแล้วรู้สึกไพเราะยิ่งขึ้น การแสดงนี้มีการพักครึ่งระหว่างการแสดงตลอด 3 ชั่วโมงและมีการเปลี่ยนเครื่องดนตรีบางประเภทในแต่ละรอบด้วย ทำให้ได้ฟังเพลงของเครื่องดนตรีที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

บางเพลงผู้เขียนฟังแล้วก็ง่วงนิดหน่อย คงเป็นเพราะเพลงช้าด้วย แต่ก็เพราะดี เพลงที่ผู้เขียนชอบมากที่สุดคือเพลงสุดท้ายเนื่องจากเพลงนี้ให้อารมณ์ที่สนุกสนาน ครื้นเครง ทำให้ผู้เขียนเคาะจังหวะตามเลย

ผู้เขียนก็เพิ่งฟังดนตรี Orchestra เป็นครั้งแรก รู้สึกว่าคนบรรเลงเล่นเก่งมาก ทำให้เสียงเพลงแต่ละเครื่องดนตรีประสานกันอย่างไพเราะ ถ้าผู้อ่านมีการแสดงดนตรีหรือรู้ว่าจะมีแสดงอะไร ที่ไหน อย่าลืมบอกผู้เขียนคนนี้ด้วยนะ ถ้าว่างจะไปฟัง ^ ^


Sunday, 4 July 2010

Intro…… to my blog

     การเขียน blog ครั้งนี้เป็นการเขียนครั้งแรกของผม โดยปกติแล้วผู้เขียน (ขอแทนตัวเองแบบนี้นะ) จะไม่ค่อยเขียนหรือพูดเท่าไรเพราะเป็นคนที่ทั้งพูดและเขียนไม่ค่อยเก่ง แต่เนื่องจากว่าผู้เขียนต้องการคะแนนในวิชา Innovative Thinking ก็เลยต้องมาฝึกฝีมือในการเขียนในนี้ ถ้าภาษาไม่สละสลวยหรือมีอะไรผิดก็ขอให้ผู้อ่านทุกท่านอภัยให้กับผู้เขียนคนนี้ด้วย

ก่อนอื่นเรามารู้จักกับวิชา Innovative Thinking กันหน่อยดีกว่า

    ตอนแรกผู้เขียนรู้จักวิชานี้จากเพื่อนๆที่เคยเรียนมา ทันทีที่ได้ยินชื่อวิชานี้ผู้เขียนก็มีความรู้สึกสนใจวิชานี้ทันที และเนื่องจากมีการpost ลงเวบบอร์ดด้วยทำให้ผู้เขียนสนใจมากขึ้นไปอีก แต่ตอนเปิดเทอมก็รู้มาว่าวิชานี้เต็มแล้ว แต่ก็มาลองเรียนดูเผื่อจะมาขออาจารย์ หลังจากที่มาลองเรียนคาบนึงแล้วทำใหผู้เขียนสนใจกับวิชานี้อย่างมากถึงกับต้องฝากเพื่อนลงให้ได้ เพราะช่วงนั้นผู้เขียนไม่ว่าง และแล้วผู้เขียนก็ได้มานั่งเรียนในวิชานี้

    วิชา Innovative Thinking นี้มีอาจารย์ ธงชัย โรจน์กังสดาล เป็นผู้สอน และเป็นการสอนที่ผู้เขียนคนนี้ไม่เคยเรียนมาก่อน เพราะ

  1. วิชานี้ไม่มีการสอบ อันนี้เองเป็นความแตกต่างจากวิชาอื่นๆ ซึ่งเป็นอะไรที่ผู้เขียนชอบมาก(555+)
  2. อาจารย์จะมีเทคนิคการสอนที่ทำให้ผู้เรียนสนุกไปกับมัน เช่น มีการเล่นเกมต่างๆ
  3. ……………………………………

แล้วผู้เขียนจะได้อะไรจากการเขียนนี้หละ?

  1. คะแนน เอ้ยไม่ใช่ๆ
    (แต่ก็แอบหวังอยู่นะ)
  2. ฝึกการเขียนเนื่องจากว่าผู้เขียน เขียนไม่ค่อยเป็นและไม่ค่อยเก่ง
  3. ได้ความรู้จากที่เรียนใน class Innovative Thinking
  4. ……….ยังนึกไม่ออก แต่เดี๋ยวก็คงนึกออกเอง 555+

ท่านผู้อ่านอาจจะงงว่าอ้าวถ้าไม่มีการสอบและจะเก็บคะแนนยังไงหละ ซึ่งผู้เขียนขอตอบว่านำมาจากคะแนนการบ้าน การทำงานในห้องเรียนและการมีส่วนร่วมในการตอบคำถาม ซึ่งอย่างหลังนี้เองทำให้ผู้เขียนฝึกได้ความกล้าด้วย

ผู้เขียนไม่รู้จะเขียนอะไรต่อไปแล้ว แต่ผู้เขียนก็จะเขียนต่อไปและจะพยายามพัฒนาทักษะในการเขียนให้ดีกว่านี้ ไว้ติดตามเรื่องต่อๆไปที่ผู้เขียนจะเขียนได้ในการอัพครั้งต่อไป

ปล..............
อยากให้ผู้ที่เข้ามาอ่าน comment บ้างอะไรบ้าง เพื่อเป็นการชี้แนะว่าผู้เขียนต้องทำอะไรบ้างและยังทำให้ผู้เขียนคนนี้รู้สึกดีใจที่มีคนเข้ามา comment